image1 image2 image3 image4 image5

HOME

DO YOU KNOW?


 

กระจกมีกี่ประเภทและมีข้อดีอย่างไรบ้าง?

ประเภทของกระจกสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้ (มาตรฐาน WINDSOR คือ กระจกเขียวใส 5มม.)

 

  • กระจก Float คือกระจกทั่วไปที่นิยมใช้ในการทำประตูหน้าต่างบานหรืออาคาร มีราคาไม่แพง แต่จะแตกเป็นปากฉลาม  และอันตรายหากถูกบาด เหมาะสำหรับใช้เป็นบานประตูหน้าต่างทั่วไป แต่ไม่เหมาะสำหรับใช้ในที่สูง หรือบริเวณที่มี อุณหภูมิสูง ขนาดโดยทั่วไปตั้งแต่ 3 - 12 มม.ขึ้นไป มีหลายสีที่นิยมใช้ เช่น ใส, เขียว, ชา, ฟ้า เป็นต้น
  • กระจก Laminated คือการนำกระจก Float หรือกระจก Tempered หรือทั้งสองชนิดสองแผ่นมาประกบเข้าด้วยกัน  โดยมีฟิล์มซิลิโคนคั่นตรงกลาง ทำให้มีความเหนียวมาก และเมื่อแตกจะไม่หลุดออกจากฟิล์ม มีราคาสูงและนิยมใช้ในงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น กระจกหน้ารถยนต์ ห้องนิรภัยต่างๆ แต่ประโยชน์อีกข้อของกระจก Laminated   คือ ความสามารถในการกันเสียง ปัจจุบันมีการนำกระจก Laminate ดัดแปลงเป็นระบบกระจกกันเสียงมากมาย
  • กระจก 2 ชั้น (Insulate Glass) คือการนำกระจกสองแผ่นมาประกอบกันโดยเว้นช่องอากาศ (Air Gap) ระหว่างกลาง  มีวัตถุประสงค์คือการป้องกันการถ่ายเทอุณหภูมิ เช่นประเทศเมืองหนาว ที่นอกบ้านหิมะตก แต่ภายในบ้านเปิดเครื่องทำความร้อน หากใช้กระจกธรรมดาจะเกิดฝ้า และอาจระเบิดแตกได้ง่าย จากความต่างของอุณหภูมิทั้งสองด้าน  กระจก 2 ชั้นจะมีคุณสมบัติการป้องกันการท่ายเทอุณหภูมิมากขนาดไหน ขึ้นอยู่กับชนิดกระจกที่ใช้ทั้งสองด้าน  ความหนาของ Air Gap และชนิดของอากาศที่ใส่ไว้ตรงกลาง ส่วนมากนิยมใส่อากาศแห้งหรือก๊าซเฉื่อยเช่นอาร์กอน
  • กระจก Low-e คือการนำกระจกชนิดใดก็ได้มาเคลือบสารป้องกันการถ่ายเทความร้อนที่ผิวหน้า
  • กระจก Reflective คือการนำกระจกชนิดใดก็ได้มาเคลือบสารสะท้อนแสงไว้ด้านหลัง จึงทำให้มองจากด้านนอกไม่เห็น  นิยมใช้ในอาคารสูงเนื่องจากสะท้อนแสงประหยัดพลังงาน แต่ข้อเสียของกระจกชนิดนี้คือ จะมองจากข้างนอกไม่เห็นก็ต่อเมื่อด้านนอกมีปริมาณแสงที่สว่างมากกว่า แต่หากด้านในมีแหล่งกำเนินแสง เช่นเปิดไฟก็จะมองเห็นข้างในได้
  • กระจกฝ้า (Sand blast) คือการนำกระจก Float มาพ่นทรายหรือทำให้เป็นฝ้าด้วยน้ำยาเคมี ทำให้ลดความใส มองจากข้างนอกเห็นด้านในไม่ชัดแต่แสงยังคงผ่านได้ เหมาะใช้ในห้องน้ำหรือห้องครัว เป็นต้น
  •